ข้อควรระวัง โรคเบาหวาน

โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคร้ายแรงที่พบได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกวันนี้เลยล่ะครับ สาเหตุมาจากการที่คนเรามีพฤติกรรมการกิน การใช้ชีวิต และไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก และรับเอาปัจจัยเสี่ยงเข้ามามากยิ่งขึ้น ทำให้คนเป็นเบาหวานเยอะขึ้นตามไปด้วย ซึ่งโรคเบาหวานนี้เกิดจากการผิดปกติของตับอ่อนที่ผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ หรืออาจจะเพียงพอแต่อินซูลินที่ผลิตออกมากลับออกฤทธิ์ได้น้อยลง จนทำให้ร่างกายไม่สามารถเอาน้ำตาลในเลือดตรงนี้ไปใช้ได้ สุดท้ายน้ำตาลในเลือดก็เลยสูงขึ้นนั่นเอง

3 ข้อควรระวังของผู้เป็นเบาหวาน

การเป็นโรคเบาหวานนี้สาเหตุหลักๆ มาจากพันธุกรรม ถ้าพ่อแม่เป็น ลูกก็มีสิทธิ์เป็นสูง นอกจากนี้ยังมีทั้งเรื่องของปัจจัยภายนอกต่างๆ อย่างเช่น อ้วนเกินไป มีน้ำหนักตัวเกิน ไม่ยอมออกกำลังกาย หรือเป็นคนที่มีไขมันในเลือดสูงอยู่แล้ว ก็สามารถทำให้เป็นเบาหวานได้

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นนะครับ แต่ฝันร้ายของจริงที่จะทำให้ร่างกายเราแย่ลงนั้นเกิดจากพฤติกรรม 3 อย่างนี้ต่างๆ

เป็นเบาหวานต้องระวังเรื่องกิน

1. เรื่องของการกิน

การรับเอาน้ำตาลเข้าไปในปริมาณมากจะทำให้อาการเบาหวานกำเริบขึ้นและแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด คนเป็นเบาหวานทุกคนต้องควบคุมระดับน้ำตาล และไขมันให้อยู่ในระดับปกติ เพราะแบบนี้แหละถึงต้องระวังเรื่องการกินให้มากที่สุด ถ้ากินอาหารที่มีน้ำตาลสูงมากเกินไปก็จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นได้

เป็นเบาหวานต้องระวังเรื่องบาดแผล

2. เรื่องของบาดแผล

การเป็นเบาหวานเป้นโรคเรื้อรังที่รักษายากและรุนแรง เพราะนอกจากจะเป็นตัวการทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมาแล้ว ยังต้องระมัดระวังเรื่องบาดแผลที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเองด้วย เพราะการเป็นเบาหวานจะทำให้บาดแผลหายยาก และส่งผลให้เกิดการติดเชื้อและลุกลามได้ง่ายกว่าคนปกติ

อินซูลิน

3. เรื่องของอินซูลิน

เนื่องจากอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่จำเป็นมากในการใช้รักษาและยับยั้งโรคเบาหวานไม่ให้ลุกลาม เพราะผู้ป่วยเบาหวานไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็นพลังงานได้เต็มที่ ทำให้ขาดอินซูลิน ซึ่งถ้าฉีดอินซูลินเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปก้จะทำให้เกิดภาวะเลือดต่ำได้ ซึ่งก็จะทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาอีก เป็นหนึ่งในข้อควรระวังสำหรับผู้ป่วยเบาหวานทุกคน

เบาหวาน แผลหายช้า

ทำไมเป็นเบาหวานแล้วแผลถึงหายยาก

สำหรับข้อควรระวังในเรื่องของแผลหายยากนั้น หลายคนมักเกิดคำถามว่าทำไมเป็นเบาหวานแล้วแผลถึงหายยาก ซึ่งจุดนี้มาจากการที่ผู้ป่วยเบาหวานนั้น ไขมันและน้ำตาลจะไม่ถูกย่อยสลายเหมือนคนปกติ ทำให้มันไปจับเส้นเลือดและทำให้เส้นเลือดตีบ แข็ง จนเกิดการอุดตัน และอาจทำให้เกิดแผลขึ้นเอง โดยเฉพาะที่เท้าเนี่ยแหละครับมีโอกาสเสี่ยงที่สุด เพราะเนื้อเยื่อไปเลี้ยงไม่ถึง

ซึ่งถ้าเราเป็นแผลปุ๊บ ทีนี้มันก็จะหายยากกว่าคนปกติทั่วไปแล้ว เพราะหลอดเลือดตีบ ไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยง ระบบการรักษาต่างๆ ก็เลยไม่ดีเท่าที่ควร ยิ่งเท้าของคนเราเป็นจุดที่เกิดบาดแผลได้ง่ายที่สุด เมื่อมีแผลนิดเดียว บวกกับการที่ร่างกายรักษาตัวเองไม่ได้ ทำให้แผลเล็กๆ กลายเป็นแผลลุกลามใหญ่โต จนอาจถึงขั้นต้องตัดขาหรือเสียชีวิตได้เลย

ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้การดูแลบาดแผลระหว่างการเป็นโรคเบาหวานนั้นเป็นหนึ่งในข้อควรระวังที่ทุกคนต้องใส่ใจให้มากที่สุด

ข้อระวังการใช้อินซูลิน

ข้อควรระวังการใช้อินซูลิน

อย่างที่รู้กันนะครับว่าผู้ป่วยเบาหวานนั้นต้องใช้การฉีดอินซูลินเข้าช่วยเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด แต่รู้มั้ยว่าการใช้งานอินซูลินที่เป็นเหมือนเครื่องมือรักษานั้น ถ้าใช้ผิดไปนิดเดียวอาจส่งผลเสียกลับมาอย่างมหาศาลเลยก็ได้ เนื่องจากอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ตับอ่อนสร้างขึ้นมา เพื่อเอาน้ำตาลในเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่างๆ ให้ร่างกายสร้างพลังงาน แต่คนที่เป็นเบาหวานจะไม่สามารถเอาน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็นพลังงานได้เต็มที่ เพราะขาดอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เลยต้องฉีดอินซูลินเข้าไปทดแทน

ทีนี้การฉีดอินซูลินก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะถ้าเราฉีดอินซูลินมากเกินไป ก็อาจทำให้ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ รวมถึงถ้าออกกำลังกายมากกว่าปกติ กินอาหารน้อยไป กินผิดเวลา หรือเว้นช่วงนานเกินไป ก็อาจทำให้เกิดภาวะนี้ได้เหมือนกัน

ดังนั้นก่อนที่จะฉีดอินซูลินเนี่ย อย่างน้อยๆ ต้องเตรียมอาหารให้พร้อมเลยครับ กินหลังจากฉีดไปแล้วไม่เกิน 30 นาที เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ และส่งผลให้หน้ามืด ปวดหัว เหงื่อออก ตัวเย็น ใจสั่น กระสับกระส่ายได้ ซึ่งไม่ดีแน่

เรื่องอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน แบบไหนทานได้ แบบไหนทานไม่ได้

สุดท้ายแล้วปัจจัยเสี่ยงที่ควรระวังมากที่สุดของผู้ป่วยเบาหวานก็คือ เรื่องอาหารเนี่ยแหละ เพราะอาหารมีส่วนสำคัญมากที่จะชี้เป็นชี้ตายได้ว่า จะทำให้เบาหวานหาย หรือเป็นหนักขึ้นกว่าเดิม หัวใจสำคัญที่สุดของการควบคุมเบาหวานคือ ต้องกินอาหารให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย ไม่มากเกินไป และไม่น้อยเกินไป เพราะการกินมากไปจะทำให้น้ำตาลสูงขึ้น แต่ถ้ากินน้ำไปน้ำตาลก็จะต่ำและเป็นอันตรายอยู่ดี ซึ่งอาหารที่ควรทาน และ ไม่ควรทาน มีทั้งหมดดังนี้

อาหารที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

อาหารที่ผู้ป่วยเบาหวานควรทานมากที่สุดก็คือ ผักก้าน ผักใบ และผักใบเขียวทุกชนิดเนี่ยแหละครับ ควรกินทุกวัน ทุกมื้อ ให้มันเกิดความหลากหลายเลยในหนึ่งวัน เพราะอาหารพวกผักเหล่านี้จะให้พลังงานแคลอรี่ที่ต่ำมาก แถมยังมีใยอาหารที่สูงอีกต่างหาก จึงจะทำให้เกิดการดูดซึมช้าลง ช่วยดูดซับน้ำตาล ไม่ให้เข้าสู่กระแสเลือดไวเกินไป ร่างกายก็จะนำน้ำตาลไปใช้ได้แบบพอดีๆ ซึ่งผักเหล่านี้มีด้วยกัน 12 ชนิด ได้แก่

เบาหวานควรทานถั่วฝักยาว

1. ถั่วฝักยาว

เบาหวานควรทานถั่วงอก

2. ถั่วงอก

เบาหวานควรทานแตงกวา

3. แตงกวา

เบาหวานควรทานน้ำเต้า

4. น้ำเต้า

เบาหวานควรทานมะเขือม่วง

5. มะเขือม่วง

เบาหวานควรทานฟัก

6. ฟัก

เบาหวานควรทานผักกาดขาว

7. ผักกาดขาว

เบาหวานควรทานคะน้า

8. คะน้า

เบาหวานควรทานผักบุ้ง

9. ผักบุ้ง

เบาหวานควรทานบวบ

10. บวบ

เบาหวานควรทานตำลึง

11. ตำลึง

เบาหวานควรทานผักกวางตุ้ง

12. ผักกวางตุ้ง

ซึ่งเป็นอาหารที่จะกินแบบผักสดๆ หรือเอาไปต้มก่อนก็ได้ทั้งนั้น แต่ไม่แนะนำให้เอาไปปั่นนะครับ โดยเฉพาะการปั่นแยกกากเนี่ยห้ามเด็ดขาด เพราะจะทำให้ได้รับสารอาหารจากผักไม่เพียงพอแบบที่ควรจะเป็น

อาหารที่ไม่แนะนำให้ทานเด็ดขาด

ทีนี้มาถึงคราวอาหารต้องห้ามกันบ้าง ซึ่งอาหารส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่ให้พลังงานน้ำตาลสูงเกินไป แน่นอนว่ามันจะเข้าไปทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมา เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยเบาหวานอย่างยิ่ง โดยอาหารที่อร่อย และคนส่วนใหญ่ชอบทาน มีด้วยกัน 6 ชนิดคือ

เบาหวานไม่ควรทานขนมหวาน

1. ขนมหวาน : พวกขนมไทยทุกชนิดก็ต้องห้ามอีกเช่นกัน ทองหยิบ ทองหยอด ขนมชั้น บัวลอย อะไรพวกนี้ รวมถึงคุ้กกี้ โดนัท ฮันนี่โทสต์ แพนเค้ก เองก็จะมอบน้ำตาลที่มากเกินความจำเป็น รับรองพุ่งปรี๊ดแน่

เบาหวานไม่ควรทานทุกเรียน ผลไม้รสหวาน

2. ผลไม้รสหวาน : ผลไม้ในที่นี้คือผลไม้ที่มีรสหวาน เช่น ทุเรียน ขนุน น้อยหน่า กล้วยสุก มะขามหวาน มะม่วงสุก ลำไย ไปจนถึงผลไม้แปรรูปทุกชนิดเลยครับ เพราะผลไม้แปรรูจะมีปริมาณน้ำตาลที่สูงมาก

เบาหวานไม่ควรทานนมหวาน นมข้นหวาน

3. นมรสหวาน หรือ นมข้นหวาน : นมข้นหวาน หรือ นมรสชาติต่างๆ ที่มีการเติมน้ำตาลเข้าไป จะทำให้ปริมาณน้ำตาลในร่างกายเราสูงขึ้นตาม ซึ่งถ้าอยากจะดื่มนมจริงๆ แนะนำให้กินเป็นน้ำจืด หรือโยเกิร์ตไม่ปรุงแต่งรสแทนดีกว่าครับ

เบาหวานไม่ควรทานอาหารไขมันสูง

4. อาหารไขมันสูง : อาหารที่มีไขมันสูงอย่างพวก ไขมันสัตว์ เนื้อติดมัน หมูสามชั้น มันจากเนื้อวัว กุ้ง เครื่องใน หอย อะไรพวกนี้ก็ต้องเลี่ยงด้วยนะครับ อาหารแกงกะทิอะไรแบบนี้ก็เช่นกัน เพราะเราเสี่ยงเป็นโรคไขมันในเลือดสูงอยู่แล้ว อาหารพวกนี้จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคแทรกซ้อนเข้าไปใหญ่เลย

เบาหวานไม่ควรทานน้ำตาล

5. น้ำตาล : น้ำตาลเป็นสารให้ความหวานที่เพิ่มรสชาติอาหารได้ดีมาก แต่เพราะมันจะทำให้เกิดผลเสียกับร่างกาย ดังนั้นห้ามเด็ดขาด

เบาหวานไม่ควรทานน้ำหวานทุกชนิด

6. เครื่องดื่มต่างๆ : ชา กาแฟ โค้ก น้ำหวานทุกชนิด ห้ามเด็ดขาด เพราะมีน้ำตาลเป็นส่วนผสมหลัก ให้พลังงานน้ำตาลสูงมาก

จะเห็นได้ว่าการใช้ชีวิตของผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้นอาจจะดูยุ่งยาก และต้องรัดกุมอย่างมาก ถึงจะสามารถประคับประคองให้โรคเบาหวานไม่ลุกลามใหญ่โต ซึ่งก็ขัดต่อหลักการใช้ชีวิตอยู่พอสมควรเลยล่ะครับ ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานทุกคนจึงต้องมีวินัย และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แต่ถึงแม้จะยากแค่ไหน ถ้าเราตั้งใจ ยังไงก็สามารถทำได้แน่นอน เริ่มต้นจากการหันมาดูแลสุขภาพ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ทุกท่านต่อสู้กับโรคเบาหวานได้อย่างง่ายดาย

หากท่านใดต้องการผลลัพท์ที่ไวขึ้นและสะดวกกว่านี้ แนะนำให้ลองหาอาหารเสริมประเภท ถั่งเช่าทิเบต มาทานควบคู่ไปด้วย จากการศึกษาพบว่า การรับประทานถั่งเช่าแค่วันละ 3 กรัม สามารถควบคุม ระดับน้ำตาลในเลือดได้ถึง 95% ซึ่งมากกว่าการใช้ ยาแผนปัจจุบันที่ควบคุมได้เพียง 54% เท่านั้น


ถั่งเช่าทิเบตนั้นมีสารออกฤทธิ์ทางยาที่มีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ รวมถึงลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ได้เช่นกัน และยังเข้าไปยับยั้งอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวานที่อาจก่อให้เกิดผลร้ายแรง ต่อระบบการทำงานของตับและไตได้อีกด้วย ซึ่งอาหารเสริมถั่งเช่าทิเบตที่ได้รับการยอมรับและบอกต่อมากที่สุดในปัจจุบันก็คือ OMG Cordy-1 จุดเด่นที่ไม่เหมือนยี่ห้ออื่นในตลาดก็คือ อัดแน่นถั่งเช่าทิเบตแท้ 100% มากที่สุดในตลาดถึง “850 mg.” และมีสมุนไพรตัวอื่นอีกเช่น โสมเกาหลี เห็ดหลินจือ เบต้ากลูแคนจากโอ๊ต ได้รับการขึ้นทะเบียน อย. ไทย ผ่านมาตรฐานการผลิต GMP ปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียง

ไม่ต้องรอให้โรคร้ายถามหา ไม่ต้องโทษกาลเวลาทำสุขภาพเสื่อม มาเริ่มดูแลสุขภาพให้ดีตั้งแต่วันนี้ดีกว่าครับ ให้คุณเริ่มต้นดูแลสุขภาพง่ายๆ เพียงวันละประมาณ 30 บาท เท่านั้น

สนใจสั่งสินค้าและตรวจสอบโปรโมชั่น คลิกที่รูป!


บทความแนะนำ : การดูแลตัวเองเมื่อเข้าสู่การเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน