ปวดเข่าเรื้อรัง เป็นยังไงเพื่อนๆเคยรู้สึกปวดแขน ปวดขา หรือปวดตามเนื้อตามตัวบ้างมั้ยครับ บอกเลยว่าถ้ามีอาการแบบนี้เมื่อไหร่มันจะทำให้การใช้ชีวิตของเรายุ่งยากและลำบากมากเลยล่ะ เพราะขยับทีก็เจ็บที และวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ อาการปวดเข่าเรื้อรัง ที่พบได้บ่อยมากในยุคปัจจุบัน และเกิดขึ้นกับคนได้ทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งมันมาจากการใช้ชีวิตที่ผิดของเราแบบไม่รู้ตัวนั่นเอง ดังนั้นจึงควรที่จะศึกษาและให้ความสำคัญในการรับมือกับมัน เพื่อการใช้ชีวิตในอนาคตอย่างสะดวกสบายไม่มีปัญหาสุขภาพตามมา

อาการปวดเข่า

อาการปวดเข่าเรื้อรังเป็นยังไง

อาการปวดเข่าเรื้อรังคือ การปวดบริเวณข้อต่อที่เชื่อมระหว่างกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้ง ซึ่งจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเวลา และไม่มีทีท่าว่าจะหายไป โดยความรุนแรงของอาการปวดเข่านั้นจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ และสภาพทางกายภาพของเราด้วย โดยสามารถสังเกตอาการปวดเข่าได้ดังนี้

1. งอเข่าหรือยืดได้ลำบาก

2. ผิวหนังที่เข่าแดง เวลาสัมผัสแล้วรู้สึกอุ่น

3. เกิดเสียงผิดปกติเมื่อขยับเข่า เช่น ดังกึก หรือเสียงลั่นในข้อ

4. เกิดอาการปวด ร่วมกับอาการบวม แดง และเป็นไข้

5. ไม่สามารถยืนได้ หรือเดินลำบาก

6. รู้สึกชาบริเวณขาข้างที่ผิดปกติ

7. เข่ามีรูปร่างผิดปกติ

หลังจากสังเกตตัวเองแล้วพบว่ามีอาการเหล่านี้ แสดงว่าเราเข้าข่ายที่จะเป็นอาการปวดเข่าเรื้อรังแล้วล่ะครับ ให้ตรวจสอบตัวเองก่อนเลยว่าเรามีพฤติกรรมใดที่เกี่ยวข้องกับการใช้เข่ามากเกินไปรึเปล่า หรือทางที่ดีรีบปรึกษาแพทย์ดีที่สุด

อาการปวดเข่า

6 โรคร้ายที่เกี่ยวโยงถึงอาการปวดเข่าเรื้อรัง

อาการปวดเข่านั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน โดยแต่ละคนก็อาจจะมีปัจจัยการเกิดปัญหานี้ที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วอาการปวดเข่าเรื้อรังมักจะมีต้นเหตุมาจาก 6 โรคเหล่านี้นี่แหละ

1. โรคเข่าเสื่อม

เรียกได้ว่าเป็นโรคสุดฮิตของคนไทยดีกว่าครับ เพราะพฤติกรรมของคนไทยส่วนมากมักจะชอบนั่งขัดสมาธิ หรือนั่งพับเพียบกัน บวกกับนั่งไขว่ห้าง ซึ่งเป็นการทำให้เข่ารับภาระหนักอยู่ตลอดเวลา พออายุมากขึ้นกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงลงก็จะค่อยๆ เสื่อมสภาพลง ทำให้หมอนรองกระดูกข้อเข่าเสื่อม จนกลายเป็นอาการปวดเข่าในที่สุด ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะใช้เวลานานในการเป็นโรคนี้ แต่เพราะความไม่ระวังตัวนี่แหละครับ ทำให้มันค่อยๆ สะสมๆ และเกิดขึ้นเป็นอาการปวดเข่าได้ในที่สุด

2. โรคปวดใต้ข้อพับเข่า

สำหรับโรคนี้จะพบได้น้อยหน่อยแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเป็นนะครับ แต่จะเป็นโรคที่เกิดกับกลุ่มนักกีฬาวิ่งเร็ว หรือพวกนักกีฬาที่ต้องกระโดดเป็นประจำมากกว่า ซึ่งพฤติกรรมนี้จะส่งผลให้กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง หรือใต้ข้อพับเข่าของเราถูกฉีกกระชาก และการใช้งานบ่อยๆ เส้นใยกล้ามเนื้อตรงนี้ก็จะเกิดการฉีกขาด และอักเสบขึ้นมา ซึ่งจะเป็นความปวดที่มากขึ้นเมื่อเราพยายามวิ่งเร็ว กระโดด หรือทำกิจกรรมที่ต้องงอเข่าบ่อยๆ

3. โรคพังผืดอักเสบ

อาการปวดเข่าเรื้อรังจากโรคพังผืดอักเสบนี้เป็นอีกส่วนที่พบบ่อยมากในกลุ่มนักวิ่งมาราธอน และนักปั่นจักรยานทางไกล ซึ่งจะเป็นการปวดข้างเข่าด้านนอก เป็นเพราะพังผืดไปเสียดสีกับปุ่มกระดูกที่อยู่ข้างเข่าด้านนอกนั่นเอง โดยจะเกิดเมื่อเราวิ่ง หรือปั่นจักรยาน พอเสียดสีบ่อยเข้าก็จะทำให้พังผืดฉีกขาด และอักเสบ

4. โรคเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาด

สำหรับนักฟุตบอลแล้วโรคนี้พบได้บ่อยมาก เพราะต้องมีพฤติกรรมวิ่งซิกแซกหลบคู่ต่อสู้อยู่บ่อยๆ โดยเกิดจากการวิ่งลงน้ำหนักและเกิดเข่าบิดขณะที่เข่าเหยียดตรงอยู่ ทำให้เอ็นไขว้หน้าถูกระชากจนฉีกขาด ซึ่งเอ็นไขว้หน้าเข่าจะฉีกขาดได้เมื่อมีแรงกระทำต่อข้อเข่าเรานั่นเอง ซึ่งความน่ากลัวก็คือ อาการนี้จะพบในวัยรุ่นมากกว่าผู้สูงอายุ ทำให้โรคปวดเข่านั้นเป็นสิ่งที่วัยรุ่นเองก็ห้ามมองข้ามเด็ดขาด

5. โรคข้อเข่านักกระโดด

อาจจะพบได้น้อยสักหน่อย แต่ก็มีคนเป็นให้เห็นกันอยู่บ้าง ในกลุ่มนักกีฬาหรือคนที่ชอบออกกำลังกาย โดยกระโดดอยู่เป็นประจำ ซึ่งเกิดจากการที่เส้นเอ็นใต้ลูกสะบ้าถูกฉีกกระชากจากกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าหดตัวอย่างเร็วและแรงในขณะที่เรากระโดดขึ้น สังเกตอาการได้จากการที่เรากดลงตรงเอ็นใต้ลูกสะบ้าแล้วจะมีอาการปวดขึ้นมา

6. โรคเข่าแม่บ้าน

ที่ต้องตั้งชื่อนี้เพราะมักจะเกิดกับแม่บ้านที่ชอบนั่งคุกเข่าถูพื้น หรือคนที่ล้มแล้วข้อเข่ากระแทกพื้นโดยตรง ทำให้ถุงน่องที่อยู่บนลูกสะบ้าได้รับการกระทบกระเทือนจนเกิดการอักเสบบวมอย่างชัดเจน เป็นลักษณะปูดนูนขึ้นมา

นอกจากปัญหาที่เกิดจาก 6 โรคเหล่านี้ที่ได้บอกไปแล้ว อาการปวดเข่าเรื้อรังยังสามารถเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรม การใช้ชีวิต และสิ่งต่างๆ รอบตัว ซึ่งใครที่ไม่อยากเป็นโรคนี้ก็ควรระวังสิ่งเหล่านี้ด้วย

อาการปวดเข่าเรื้อรัง

8 ปัจจัยอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการปวดเข่าเรื้อรัง

1. อายุที่มากขึ้น

2. น้ำหนักตัวที่มากกว่าเกณฑ์

3. การใช้งานข้อเข่ามากเกินไป

4. อุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องและส่งผลกระทบต่อข้อเข่า

5. ติดเชื้อในข้อเข่า

6. โรคอักเสบเรื้อรัง เช่น รูมาตอยด์ เกาต์

7. เพศหญิงเสี่ยงเป็นโรคข้อเสื่อมมากกว่าเพศชาย

8. พันธุกรรม

เทคนิคปรับตัวเมื่อเกิดปัญหาเจ็บเข่าควรทำยังไง

สุดท้ายแล้วอาการเจ็บเข่า ก็ทำให้เราใช้ชีวิตได้ไม่เต็มที่ จะลุก จะเดิน ก็เจ็บตลอดเวลา ซึ่งถ้าเป็นอาการปวดเข่าเรื้อรังไม่หายสักทีด้วยล่ะก็ควรจะฝึกตัวเองให้ชิน โดยการเปลี่ยนจากนั่งพื้นมานั่งเก้าอี้แทน ใช้แขนช่วยยันตัวขึ้นตอนลุกจากที่นั่ง หรือใช้ไม้เท้าช่วยพยุงเวลาเดิน รวมถึงทำการบริหารกำลังกล้ามเนื้อต้นขาด้วย ก็จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บเข่าได้ แต่ถ้ามีอาการมาก หรือเปลี่ยนท่าทางแล้วอาการปวดก็ไม่หาย การปรึกษาแพทย์ก็เป็นทางออกที่ควรทำมากที่สุด