สมุนไพรที่โด่งดังที่สุดในยุคนี้นี่ต้องยกให้ถั่งเช่าเลยล่ะครับ เนื่องจากมีงานวิจัยหลากหลายชิ้นออกมาเปิดเผยอยู่ตลอดเวลาว่าถั่งเช่าสามารถรักษาและช่วยบำรุงร่างกายในด้านต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น รักษามะเร็ง เบาหวาน ความดัน ไปจนถึงช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้อีกต่างหาก แต่นอกจากเรื่องโรคร้ายแรงต่างๆ ที่ถั่งเช่าพระเอกของเราสามารถช่วยได้แล้ว หนึ่งในปัญหากวนใจคนไทยส่วนใหญ่ก็คือโรคภูมิแพ้เนี่ยแหละ ซึ่งขอบอกเลยว่าถั่งเช่าเองก็มีฤทธิ์เสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วยเช่นกัน แต่จะทำงานยังไง และช่วยได้มากน้อยแค่ไหนเนี่ย ไปชมกันเลย

ทำความเข้าใจกับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

ก่อนที่เราจะพาไปดูว่าถั่งเช่ามันช่วยได้ยังไงในเรื่องนี้ เราขอพาทุกคนไปทำความเข้าใจกับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายมนุษย์ก่อน ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันร่างกายคนเราจะแบ่งหน้าที่ออกเป็น 3 ส่วนสำคัญเลย คือ 1. ป้องกัน 2. ทำลาย 3.รักษา

ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของคนเราก็จะแบ่งออกเป็นอีก 3 ด่านด้วยกันนะครับ ดังนี้

ด่านที่ 1 : ภูมิคุ้มกันทางกายภาพ เคมี และพันธุกรรม เช่น ผิวหนัง น้ำมูก น้ำลาย

ด่านที่ 2 : ภูมิคุ้มกันด่านป้องกันทางเคมีระดับเซลล์ เช่น ปฏิกิริยาการอักเสบ

ด่านที่ 3 : ภูมิคุ้มกันที่สร้างจากการติดเชื้อ การได้รับวัคซีน

ทั้งหมดทั้งมวลในกระบวนการทำงานของร่างกายเราก็คือ เซลล์เม็ดเลือดขาว จะเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่สำคัญมากในการรักษาระบบภูมิคุ้มกันของเรา มันจะคอยตรวจหาสิ่งแปลกปลอม และทำลายลง ซึ่งตรงจุดนี้แหละครับที่มันเกี่ยวโยงกับ ถั่งเช่า สุดยอดสมุนไพรที่เราได้เกริ่นกันไปในช่วงแรก

ภูมิคุ้มกันต่ำ

ถั่งเช่า ตัวช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

ถั่งเช่านั้นนับว่าเป็นสมุนไพร อาหารเสริม ที่สามารถทำได้ครอบจักรวาลอย่างแท้จริงเลยล่ะครับ สามารถดูแลระบบต่างๆ ภายในร่างกายคนเราได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โดยเฉพาะในเรื่องของภูมิคุ้มกันที่เป็นปัญหาหลักของคนไทย ซึ่งต้องเจอทั้งฝุ่น ควัน และมลพิษอยู่ตลอดเวลาจากปัญหาจราจรบนท้องถนน และล่าสุด PM2.5 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งถั่งเช่าเข้ามาแก้ปัญหานี้ได้อย่างอยู่หมัด

เนื่องจากสารอาหารที่ถั่งเช่ามีนั้นคือ cordycepin, adenosine, cordycepic acid, ergosterole และ SOD ซึ่งเป็นตัวช่วยที่มีสรรพคุณในการรักษาบำรุงร่างกาย ช่วยลดความเสียหายจากสารพิษที่เรามีโอกาสได้รับในแต่ละวัน ซึ่งต่อให้เราจะทำงานในห้องแอร์ หรือไม่ค่อยได้ออกจากบ้านสักเท่าไหร่ ปัญหาภูมิคุ้มกันและภูมิแพ้ก็สามารถเกิดขึ้นได้อยู่ดี จากละอองต่างๆ ที่ลอยมาตามลม

ซึ่งถั่งเช่านั้นจะเข้าไปช่วยปรับระบบต่างๆ ในร่างกายให้เกิดความสมดุล และเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ต้านทานโรคร้ายได้ด้วยกรรมวิธีเหล่านี้

1. ถั่งเช่าช่วยฆ่าเชื้อโรค

ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรคหรือแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อราต่างๆ ถั่งเช่าก็สามารถทำลายได้ทั้งสิ้น และยังช่วยกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาอักเสบในจุดต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

2. ถั่งเช่าควบคุมสมดุลในเม็ดเลือด

ถั่งเช่าช่วยคุ้มความสมดุลในเม็ดเลือดได้มากถึง 95% อีกทั้งยังลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยละลายไขมัน ลดคลอเรสเตอรอล ลดเลือดข้นหนืด เพิ่มออกซิเจนให้เลือดไหลเวียนดี

3. ถั่งเช่าช่วยล้างสารพิษ

สมุนไพรถั่งเช่าจะเข้าไปกระตุ้นให้ปอดทำงานได้เต็มที่ ฟื้นฟูการทำงานของไต ทำให้ขจัดสารพิษต่างๆ ในร่างกายได้อย่างเห็นผล

4. ถั่งเช่าช่วยปรับสมดูลฮอร์โมน

ฮอร์โมนทั้งชายและหญิงนั้นจะเป็นตัวกำหนดสุขภาพร่างกาย ซึ่งถั่งเช่าจะเข้าไปต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปรับฮอร์โมนให้อยู่ในจุดที่สมดุลและเหมาะสมที่สุดในแต่ละคน ลดริ้วรอย ช่วยต้านการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

5. ถั่งเช่าอุดมด้วยสารอาหารเพียบ

ไม่ว่าจะเป็นสารอาหารสำคัญอย่าง โปรตีน วิตามินอี วิตามินอี วิตามินเค วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินบี 12 โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี และซิลิเนียม ถั่งเช่าก็มีครบหมด จึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้เต็มที่ และเห็นผลทันทีหลังทานไม่นาน

เพิ่มภูมิคุ้มกัน

การทดลองใช้ถั่งเช่าเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย

และแน่นอนครับว่าเมื่อถั่งเช่านั้นมีสรรพคุณเยอะขนาดนี้ และเป็นตัวช่วยที่เค้าว่ากันว่าเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายได้จริง นั่นหมายความว่ามันต้องผ่านการทดลองมาแล้วมากมาย ซึ่งเราจะพาไปดูการทดลองเหล่านี้ให้เพื่อนๆ มั่นใจในถั่งเช่ามากยิ่งขึ้นกัน

1. ศึกษาฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย

นักวิจัยได้ทำการศึกษาฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกายว่าถั่งเช่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน โดยศึกษาจากผู้ชาย 5 คนที่มีอายุ 35 ปี ซึ่งมีภาวะถุงลมอักเสบ ซึ่งพบว่าถั่งเช่าจะเข้าไปช่วยลดการอักเสบได้เป็นอย่างดี ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้นแบบเห็นได้ชัด และช่วยให้สุขภาพร่างกายของผู้เข้าทดสอบทั้ง 5 คนแข็งแรงขึ้นได้จริง

2. ทำลายสิ่งผิดปกติในร่างกายผ่านระบบเซลล์

ในปี 1992 Liu และทางคณะนักวิจัยได้ทำการค้นพบว่า ถั่งเช่า ช่วยเพิ่มการทำงานของระบบเซลล์เพชรฆาตในร่างกายคนเราให้ดียิ่งขึ้น ทำงานหนักขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเซลล์เพชฌฆาตนี้จะคอยช่วยทำหน้าที่โจมตีสิ่งผิดปกติในร่างกาย เช่น เซลล์มะเร็ง หรือส่วนที่ติดไวรัส ให้กลับมาเป็นปกติได้

3. ช่วยฟื้นฟูระบบไตล้มเหลว

ในปี 1992 Guan และคณะได้ทดลองให้สารสกัดถั่งเช่าในผู้ป่วยไตล้มเหลว ซึ่งผลปรากฎว่าถั่งเช่าช่วยฟื้นฟูระบบการทำงานของไต และเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับผู้ป่วยไตล้มเหลวได้

4. เพิ่มการสังเคราะห์โปรตีนในระบบภูมิคุ้มกัน

มีการศึกษาในปี 2007 พบว่า สารสกัดที่ได้จากถั่งเช่าตัวหนึ่งจะช่วยเพิ่มการสังเคราะห์โปรตีนในระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งโปรตีนนี้จะเข้าไปสื่อสารระหว่างเซลล์ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอมได้อย่างรวดเร็ว

และนอกจากงานวิจัยทั้ง 4 ชิ้นนี้แล้ว ยังมีงานวิจัยอีกมากมายเลยล่ะครับที่แสดงให้เห็นว่า ถั่งเช่านั้นมีส่วนช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของคนเราดีขึ้นได้จริงๆ และช่วยเพิ่มการทำงานของเซลล์ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น กำจัดสิ่งแปลกปลอม ไวรัส ในร่างกายได้ดีขึ้น นับว่าถั่งเช่าเป็นหนึ่งในสมุนไพรระดับโลกที่คนทุกวัยน่าให้ความสนใจและหามารับประทานอย่างยิ่งเลย

ใครบ้างที่ไม่ควรใช้ถั่งเช่า

แต่เห็นถั่งเช่าเป็นสมุนไพรที่เพิ่มภูมิคุ้มกันได้ดีขนาดนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถใช้ได้ทุกคนนะครับ เพราะแน่นอนว่าผลข้างเคียงบางอย่างก็อาจจะไปกระทบกับร่างกายผู้ที่ไม่พร้อมได้เช่นกัน ดังนั้นคนที่มีสถานะดังนี้จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้งานถั่งเช่าไปก่อน

1. ผู้หญิงมีครรภ์

ผู้หญิงที่กำลังตั้งท้อง หรือกำลังอยู่ในระหว่างการให้นมลูก อาจจะต้องยกเลิกการทานถั่งเช่าไปก่อนครับ เพราะตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลที่เพียงพอว่าการใช้งานถั่งเช่าจะส่งผลกระทับอะไรต่อสถานภาพในปัจจุบันหรือไม่ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยควรรอให้มีการยืนยันออกมาอย่างแน่นอนก่อนดีที่สุด

2. ผู้ที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง

โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง (โรคพุ่มพ่วง) เป็นโรคพิเศษซึ่งต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกันเอาไว้ เพื่อไม่ให้เกิดการทำลายตัวเองมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการทานถั่งเช่าที่จะเข้าไปบำรุงภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้ดีมากกว่าปกติจึงไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้โรคเกิดความรุนแรงมากกว่าเดิม

3. ผู้มีภาวะผิดปกติของการเลือดออก

เนื่องจากถั่งเช่านั้นจะมีฤทธิ์ในการต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ทำให้มันอาจจะเกิดความเสี่ยงยิ่งขึ้นเมื่อมีอาการเลือดออก อาจทำให้เลือดไหลไม่หยุดได้

4. ผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัด

สุดท้ายแล้วถั่งเช่าจะเข้าไปทำให้เลือดไม่จับตัว ไม่หยุดไหล ซึ่งถ้าต้องเข้ารับการผ่าตัดที่จะทำให้มีเลือดออกปริมาณมาก ก็จะยิ่งทำให้เกิดการสูญเสียเลือดมากยิ่งขึ้น ทางที่ดีควรเลิกทานถั่งเช่าอย่างน้อย 2 อาทิตย์ก่อนการผ่าตัด

ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลความรู้เกี่ยวกับถั่งเช่าในเรื่องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งน่าจะทำให้เพื่อนๆ ได้มั่นใจยิ่งขึ้นแล้วใช่มั้ยล่ะครับว่าถั่งเช่านั้นมีประโยชน์และสามารถช่วยเหลือเราได้จริง ใครที่อยากสุขภาพดี ไม่ป่วยง่าย และมีภูมิคุ้มกันร่างกายที่แข็งแรงก็มองหาถั่งเช่ามารับประทานกันด่วนเลย