ถั่งเช่าทิเบตกับโรคเบาหวาน

ลดเบาหวาน ด้วยการทานถั่งเช่าทิเบต เป็นสิ่งที่หลายๆ คนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับสรรพคุณในข้อนี้ของสมุนไพรจีนถั่งเช่าทิเบตกันมาบ้างแล้ว ซึ่งโรคเบาหวานนั้นมีที่มาจากหลากหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งสามารถเกิดจากกรรมพันธุ์ ทั้งสามารถเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมทั้งถ้าเกิดเป็นโรคเบาหวานแล้วล่ะก็ จะยิ่งทำให้คุณภาพชีวิตลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่สามารถทานอาหารต่างๆ ได้สะดวก ต้องคำนึงถึงการทานตลอดเวลา รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ค่อนข้างแพง เพราะต้องเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตในหลากหลายด้านเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

ถั่งเช่าทิเบต จึงกลายเป็นหนึ่งในสมุนไพรยอดนิยมที่คนทั้งโลกนำมาใช้เป็นแพทย์แผนโบราณที่จะช่วยยับยั้งอาการเบาหวานไม่ให้ลุกลามใหญ่โต และช่วยให้อาการดีขึ้นได้อย่างแท้จริง เพราะนอกเหนือจากการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายแล้ว จึงเป็นอีกหนึ่งทางออกที่ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคเบาหวานอย่างได้ผล

ถั่งเช่าทิเบต ลดเบาหวาน ได้อย่างไร?

เป็นที่สงสัยกันมากว่าคุณสมบัติอะไรที่สามารถ ป้องกันโรคร้ายนี้ได้ ซึ่งถั่งเช่าทิเบตนั้นเป็นสมุนไพรแถบประเทศทิเบตและจีนมานับพันปี เนื่องด้วยคุณสมบัติที่ครอบคลุมรอบด้านทำให้ยังคงเป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน โดยคุณสมบัติเด่นคือ สามารถ ลดเบาหวาน ได้

โดยโรคเบาหวานนั้นจะเกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป โรคเบาหวานจึงเกิดขึ้น เพราะร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากปกติร่างกายจะใช้พลังงานภายใต้การควบคุมของอินซูลิน ซึ่งคนป่วยเป็นเบาหวานจะไม่สามารถใช้งานน้ำตาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และมีผลเสียในระยะยาวกับหลอดเลือด

ถั่งเช่าทิเบตมีสรรพคุณ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ เพราะในถั่งเช่ามีสารสำคัญซึ่งออกฤทธิ์ทางยาอยู่หลายตัว เช่น สารคอร์ไดเซปิน สารโพลีแซคคาไรด์ และสารเบต้ากลูแคน ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยให้ระบบการเผาผลาญน้ำตาลในร่างกายดีขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ถั่งเช่าทิเบต กับการศึกษาวิจัยในประเทศไทย

การวิจัยในประเทศไทย ไม่เพียงแต่ถูกพูดถึงในต่างประเทศ แต่ได้รับการศึกษาอย่างจริงจัง โดยทางกระทรวงสาธารณสุขได้ทำการทดลองโดยการนำถั่งเช่าทิเบตมาผสมกับเห็ดหลินจือและจมูกข้าว จากนั้นนำไปให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานกว่า 100 คนรับประทาน ผลปรากฏว่า ผู้ที่รับการรักษาทานถั่งเช่าทิเบตเข้าไปด้วยวันละ 4 เม็ด (ประมาณ 3 กรัม) ในระยะเวลา 2-3 เดือน จากผลการทดลอง ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีปฏิกิริยาทางร่างกายที่ดีขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานถึงขั้นร้ายแรงต้องตัดขาทิ้งกลับพบว่าแผลหายดีและเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

การฟื้นฟูเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ในกี่วัน?

ถั่งเช่าทิเบต นั้นไม่ใช่ยาวิเศษที่สามารถทานเข้าไปและทำให้ร่างกายหายจากโรคร้ายได้ทันที ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาในการปรับตัว และช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ซึ่งจากการวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลพบว่า ถั่งเช่าทิเบต มีสรรพคุณในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้มากถึง 95% เพียงทานถั่งเช่าวันละ 3 กรัม ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 2 เดือนขึ้นไป

10 ข้อสังเกตุตัวเองก่อนเบาหวานจะถามหา

การสังเกตุอาการของตัวเองนั้นจะได้ผลดีและมีประสิทธิภาพในการรักษาเมื่ออยู่ในระยะแรกเริ่ม แต่เมื่อปล่อยไว้นานเกินไป ต่อให้ยาดีแค่ไหนก็ไม่มีทางรักษาได้ มีแต่ต้องตัดอวัยวะนั้นทิ้งไปอย่างเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นต้องตรวจเช็กอาการเหล่านี้ก่อนเพื่อดูว่าตัวเองเข้าข่ายเป็นโรคเบาหวานหรือไม่

1. ปวดปัสสาวะบ่อย เพราะกระแสเลือดในอวัยวะต่างๆ มีน้ำตาลค้างอยู่มาก ไตจึงทำการกรองออกมาในปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อย และมีรสหวาน สังเกตได้จากการที่มีมดมาตอม

2. ปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยขึ้น เพราะเมื่อฮอร์โมนอินซูลินที่ตับอ่อนผลิตได้ไม่เพียงพอหรือไม่สามารถผลิตได้ ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้นกว่าเกณฑ์ปกติ โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่ร่างกายต้องการพักผ่อน ทำให้เกิดการปัสสาวะบ่อยกว่าคนทั่วไป

3. หิวน้ำบ่อย และดื่มน้ำมาก เพราะร่างกายต้องการขับน้ำตาลที่มีอยู่สูงในเลือดออกมาทางปัสสาวะ ทำให้เกิดการกระหายน้ำมากขึ้น และดื่มน้ำบ่อย

4. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงจะส่งผลกับทุกระบบการทำงานในร่างกาย ให้ต้องทำงานหนักตลอดเวลา แม้แต่กับภาวะทางอารมณ์ ทำให้เกิดความรู้สึกอ่อนแรง เพลีย และหมดแรง

5. เบื่ออาหาร กระเพาะอาหารจะมีการบีบตัวที่น้อยลง ทำให้มีอาหารค้างหลงเหลืออยู่ในกระเพาะอาหาร การย่อยอาหารและการดูดซึมอาหารเกิดความผิดปกติ

6. น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ถ้าน้ำหนักตัวเคยมากมาก่อน และน้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานได้มาก เพราะร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปสร้างพลังงานได้ จึงต้องนำไขมันและโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้แทน

7. ติดเชื้อบ่อยกว่าปกติ เช่น ติดเชื้อทางผิวหนังและกระเพาะอาหาร รวมถึงแผลต่างๆ จะหายยาก

8. ตาพร่า มองไม่ชัด ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงจะไปทำปฏิกิริยาภายในดวงตา ทำให้เกิดความผิดปกติ

9. ชา ไม่มีความรู้สึก เพราะเบาหวานจะทำลายเส้นประสาทให้เสื่อมสมรรถภาพลง ความสามารถในการรับรู้ความรู้สึกจึงน้อยลง

10. มีโรคหัวใจ และโรคไตตามมา ระดับน้ำตาลกลูโคสที่สูง จะทำให้เกิดอันตรายต่อหลอดเลือดที่อยู่ในไต เมื่อหลอดเลือดถูกทำลาย ไตจะไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม ทำให้คนเป็นเบาหวานส่วนมากจะมีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย ซึ่งส่งผลเสียทำให้เกิดความเสียหายต่อไตเช่นกัน

ลดเบาหวานด้วยถั่งเช่ายังไงให้ได้ผล

ถั่งเช่าทิเบต นั้นเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโรคเบาหวานให้หายดีได้ก็จริง แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ การเลือกใช้และการรับประทาน อย่างถูกวิธี แม้จะมีสรรพคุณที่สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เป้นอย่างดี แต่ถั่งเช่าทิเบตตามท้องตลาดเองก็มีหลากหลายสายพันธุ์ และมีคุณภาพที่แตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่จะผลิตออกมาในรูปแบบแคปซูล ทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าในแคปซูลประกอบด้วยอะไรบ้าง ดังนั้นวิธีเลือก ถั่งเช่าทิเบต ที่ดีที่สุดคือ มองหาจากตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ และมีแหล่งข้อมูลอ้างอิง มีการรับรองจาก อย. องค์กรต่างๆ เพื่อให้การลดระดับน้ำตาลในครั้งนี้เกิดประโยชน์สูงสุด มีแต่ข้อดี ลดเบาหวานได้จริง โดยไม่มีผลข้างเคียงตามมา

วิธีรับประทานถั่งเช่าตามอาการ ให้ได้ผลดีที่สุด

1. คนที่มีค่าน้ำตาลในเลือดสูง : ทาน วันละ 1 เม็ดมื้อเช้า ก่อนอาหาร เป็นเวลา 1 อาทิตย์ หลังจากนั้นให้ทานวันละ 2 เม็ด

2. คนที่มีค่าน้ำตาลในเลือด 140 : ทานวันละ 2 เวลา เช้า เย็น มื้อละ 1 เม็ดก่อนอาหาร

3. คนที่เป็นเบาหวานแล้ว : ไม่แนะนำให้ทานก่อนนอน

ถั่งเช่าทิเบต เป็นสายพันธุ์ที่ดีที่สุดและช่วยในเรื่องของการบำรุงร่างกาย และรักษาโรคร้ายได้สารพัดชนิดมากที่สุดก็คือ ถั่งเช่าทิเบต นั่นเอง เพราะเป็นถั่งเช่าสายพันธ์ธรรมชาติที่มีสารที่สำคัญอย่าง โพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides) สารสำคัญชนิดนี้มีสรรพคุณในการลดน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ดีที่สุด ถั่งเช่าทิเบตจึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเบาหวานในปัจจุบัน

 

บทความแนะนำ : 10 คุณประโยชน์ของสารออกฤทธิ์สำคัญในถั่งเช่าทิเบต