สรรพคุณเห็ดหลินจือ เป็นที่โจษจันของคนในวงการแพทย์มาอย่างยาวนาน เพราะเป็นหนึ่งในสมุนไพรของจีนที่ขึ้นชื่อว่าสามารถรักษาโรคได้อย่างดีไม่ว่าจะร้ายแรงแค่ไหนก็ตามเพราะสรรพคุณของเห็ดหลินจือได้ถูกบอกต่อกันมาอย่างเนิ่นนานว่าช่วยบำรุงร่างกายเสริมภูมิต้านทานและต้านการอักเสบของโรคต่างๆรวมถึงสามารถต่อสู้กับมะเร็งร้ายได้อย่างเต็มที่จนถูกเรียกว่ายาอายุวัฒนะ

เห็ดหลินจือคืออะไร ทำไมสรรพคุณเห็ดหลินจือถึงมีมากขนาดนี้
เห็ดหลินจือนั้นมีประโยชน์อยู่มากมายจนชื่อเสียงดังไปทั่วทั้งวงการแพทย์แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเห็ดหลินจือคืออะไร ซึ่งเห็ดหลินจือคือยาจีนชั้นสูงที่ถูกนำมาใช้งานนานกว่า 4,000 ปีแล้ว โดยได้รับการบันทึกสรรพคุณไว้ในตำรา เสินหนงเปิ่นฉาวจิง ซึ่งเป็นตำราแพทย์แผนจีนโบราณว่า “เทพเจ้าแห่งชีวิต” เพราะเห็ดหลินจือมีพลังในการบำรุงร่างกายที่สูงมากอีกทั้งยังสามารถบำรุงร่างกายขับสารพิษและป้องกันรวมทั้งรักษาโรคได้ดีกว่าสมุนไพรเกือบทุกชนิดบนโลกนี

เห็ดหลินจือมีสารสำคัญทั้ง 4 ดังนี้

ในเห็ดหลินจือนั้นมีสารสำคัญมากมายหลายชนิดที่ช่วยบำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดีแต่สำหรับสารที่ช่วยให้เห็นผลในการรักษาโรคต่างๆได้แบบที่ไม่มีสมุนไพรตัวไหนทำได้ก็คือ 4 สารดังนี้

1.โพลีแซคคาไรด์ – มีส่วนช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งยับยั้งเนื้องอก อีกทั้งยังลดน้ำตาลในเลือดและลดอาการอักเสบ ช่วยให้บาดแผลหายไวขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม

2.ไตรเทอร์พีน – ช่วยกำจัดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานและสามารถป้องกันเซลล์มะเร็งไม่ให้ลุกลามใหญ่โต อีกทั้งยังป้องกันโรคภูมิแพ้ ลดความดันโลหิต ลดไขมันในร่างกาย ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงได้ในทุกๆส่วน

3.นิวคลีโอไทด์ – ช่วยในการออกฤทธิ์บรรเทาความเจ็บปวด ป้องกันการแข็งตัวของลิ่มเลือดในเส้นเลือดแดง อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงของโรคอัมพฤกษ์อัมพาตและยับยั้งการเติบโตของเชื้อไวรัสได้อีกด้วย

4.เจอมาเนียม – จะทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายของเราดีขึ้นช่วยในการบำรุงประสาท สมอง หัวใจและกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด ให้กลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง

เห็ดหลินจือได้รับการวิจัยมาอย่างยาวนาน
อย่างที่รู้กันว่าชื่อเสียงที่โด่งดังนั้นย่อมได้รับการพิสูจน์มาแล้วทั้งนั้น ซึ่งมีงานวิจัยมากมายหลายชิ้นได้ทดสอบคุณสมบัติต่างๆของเห็ดหลินจือเพื่อดูว่ามีความสามารถมากตามที่คนสมัยก่อนกล่าวอ้างกันหรือไม่ซึ่งนี่คือ 6 งานวิจัยที่พิสูจน์แล้วว่าสรรพคุณเห็ดหลินจือเป็นของจริง

1.แก้ปัญหาไขข้ออักเสบ
เห็ดหลินจือถูกค้นคว้าเพื่อผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์โดยมีการเข้ารับการทดลองกว่า 32 คนหลังจากบริโภคเห็ดหลินจือเป็นประจำผลลัพธ์คือช่วยต้านอาการเจ็บปวดให้ลดน้อยลงปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียง

2.เพิ่มสมรรถภาพร่างกาย
จากการทดสอบในด้านนี้ มีการทดลองโดยให้ผู้ป่วยโรคปวดกล้ามเนื้อกว่า 64 คน โดยให้ทานเห็ดหลินจือวันละ 6 กรัม เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ผลคือช่วยให้ผู้ป่วยมีร่างกายที่ทนทานแข็งแรงมากขึ้นและสามารถออกกำลังกายได้นานยิ่งขึ้นร่างกายยืดหยุ่นขึ้นได้มากกว่าเดิม

3.ป้องกันการทำลายเซลล์ตับ
ในเรื่องของการป้องกันตับนั้นได้มีการทดลองกับกลุ่มผู้มีสุขภาพดี 42 คน โดยผลลัพธ์ที่ได้คือช่วยต้านอนุมูลอิสระและยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระได้ ส่งผลให้ผิวพรรณดีขึ้นเนียนเรียบมากขึ้นและดูกระจ่างสดใสยิ่งขึ้นอีก ทั้งยังลดการอักเสบของตับได้เป็นอย่างดี

4.รักษามะเร็ง
คุณประโยชน์เห็ดหลินจือที่ดีที่สุดและทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดคือการวิจัยในเรื่องของการยับยั้งการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของสารสำคัญในเห็ดหลินจือที่ชื่อว่า โพลีแซ็กคาไรด์ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าสรรพคุณเห็ดหลินจือส่งผลต่อการต้านการอักเสบของผู้ป่วยมะเร็งปอด ยิ่งได้รับการใช้สารสกัดจากเห็ดหลินจือร่วมกับการทำเคมีบำบัดหรือรังสีบำบัดยิ่งช่วยให้มะเร็งร้ายลุกลามได้ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

5.บรรเทาอาการต่อมลูกหมากโตและโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ
เห็ดหลินจือไม่เพียงแต่ช่วยรักษาโรคมะเร็งเท่านั้นแต่ยังมีการทดลองที่ใช้สารสกัดจากเห็ดหลินจือเพื่อบรรเทาอาการปัสสาวะติดขัดอีกด้วยซึ่งผลลัพธ์คือผู้ป่วยกว่า 88 รายที่ได้รับการทดลองในครั้งนั้นล้วนมีอาการดีขึ้นทุกคน

วิธีทานเห็ดหลินจือ

เคล็อดลับการทานเห็นหลินจือให้ได้ผลดีที่สุด
ร่างกายจะได้รับสารอาหารสำคัญอย่างเต็มที่และครบถ้วนที่สุดเมื่อทานตอนท้องว่าง โดยแนะนำให้ทานทันทีหลังตื่นนอน หรือก่อนเข้านอน 1 ชั่วโมง ซึ่งวิธีการทานเห็ดหลินจือนั้นส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบน้ำ โดยการฝานเห็ดหลินจือบางๆ 2-3 ชิ้น ต้มในน้ำเดือด 10-15 นาทีและใช้ดื่มแทนน้ำได้ตลอดเวลา จะช่วยให้ร่างกายสดชื่น เสริมภูมิต้านทานและไม่เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

โดยเห็นหลินจือนั้นเหมาะกับผู้ที่มีโรคต่างๆมากมายและต้องการรักษาสุขภาพแบบองค์รวม เช่น ผู้สูงอายุ ซึ่งการจะนำมาต้มนั้นอาจจะมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและยุ่งยากดังนั้นเห็ดหลินจือในยุคนี้ส่วนใหญ่จึงมาในรูปแบบของการบดเป็นผงบรรจุแคปซูล โดยเคล็ดลับที่ทำให้เห็ดหลินจือดียิ่งขึ้นและเห็นผลชัดเจนมากกว่าเดิม คือทานคู่กับวิตามินซี เพราะจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารต่างๆไปใช้งานได้ดีขึ้น

เห็ดหลินจือของดีที่มีผลข้างเคียงนิดเดียว
สรรพคุณเห็ดหลินจือนั้นมีมากมายอย่างที่บอกไปข้างต้นแต่ก็มีผลข้างเคียงเช่นกัน ซึ่งผู้ที่เริ่มรับประทานใหม่ๆอาจรู้สึกเวียนหัว อาเจียน ง่วงนอน ปวดเมื่อยร่างกายตามข้อ เกิดอาการท้องผูก ท้องเสีย ปัสสาวะบ่อยหรือผิวหนังมีอาการคัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะร่างกายเกิดการปรับตัวเป็นเรื่องทั่วไปของการบำบัดด้วยสมุนไพร

ที่เป็นแบบนี้เพราะร่างกายกำลังชำระล้างสารพิษต่างๆในร่างกายให้สลายไปหรือขับสารพิษออกสู่ร่างกาย จึงทำให้มีอาการดังกล่าวเกิดขึ้นแต่เพียง 2-7 วันก็จะกลับสู่สภาวะปกติขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน ถ้าทานต่อเนื่องเป็นประจำก็จะทำให้ร่างกายปรับตัวได้ไวขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นเห็ดหลินจือยังสามารถทานควบคู่ไปกับยาตามแพทย์สั่งได้แบบไม่มีผลข้างเคียงได้อีกด้วย